สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมการค้าการท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา" ชื่อย่อ "สกกท.ฉช." เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Chachoengsao Province Tourism Trade Association" ชื่อย่อ "CPTTA" คำว่า "สมาคม" ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายความถึง "สมาคมการค้าการท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา"
ข้อบังคับสมาคม
สมาคมการค้าการท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา · จัดตั้งตาม พ.ร.บ.สมาคมการค้า พ.ศ. 2509
ความหมายของตราสมาคม
ตราสมาคมเป็นรูป พระอุโบสถหลวงพ่อโสธร และ สายน้ำบางปะกง — วัดโสธรวรารามวรวิหารเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโสธร พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวแปดริ้ว คู่กับสายน้ำบางปะกง สายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงชาวแปดริ้วมาอย่างยาวนาน
วัตถุประสงค์ (10 ข้อ)
- 1เป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดฉะเชิงเทรา
- 2สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐ และสถาบันเอกชน
- 3ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน
- 4ส่งเสริม เผยแพร่ และสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัด
- 5ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น
- 6ส่งเสริมแลกเปลี่ยนความรู้ ความร่วมมือระหว่างสมาชิกและองค์กรอื่น
- 7ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
- 8จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยไม่นำผลกำไรไปแบ่งปันแก่สมาชิก
- 9ให้คำปรึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศ
- 10ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง
ประเภทสมาชิก
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
บุคคล นิติบุคคล ชมรม สถาบัน องค์กร ที่สนใจเข้าร่วม
ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการเชิญเข้าเป็นสมาชิก
เอกสารฉบับเต็ม
5 หมวด · วัตถุประสงค์ สมาชิก คณะกรรมการ การประชุม การเงิน
เลขที่ 1/2563 · ออกโดยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
* เอกสารฉบับเต็มจะอัปโหลดเข้าระบบเร็วๆ นี้ · ติดต่อสมาคมเพื่อขอสำเนา
ระเบียบสมาชิกสมาคม 10 ข้อ
ฉบับ 2569.3 · มีผลตั้งแต่ พ.ศ. 2569
- 01
ประเภทสมาชิก
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 5สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท:
- สมาชิกสามัญ — บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ วิสาหกิจ หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
- สมาชิกวิสามัญ — บุคคล นิติบุคคล ชมรม สถาบัน หรือองค์กรที่สนใจสมัครเป็นสมาชิก
- สมาชิกกิตติมศักดิ์ — บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการเชิญเข้าเป็นสมาชิก
- 02
คุณสมบัติสมาชิกบุคคลธรรมดา
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 6ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อ:
- บรรลุนิติภาวะแล้ว
- มีความประพฤติเรียบร้อย
- ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคติดต่อที่เป็นภัยต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง
- ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก (ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ)
- กรณีสมาชิกประเภทนิติบุคคล/วิสาหกิจ ต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ผู้แทนต้องมีคุณสมบัติครบตามข้างต้น
- 03
การสมัครและการอนุมัติ
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 8ข้อ 9ข้อ 10- ผู้สมัครยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการสมาคม ผ่านระบบออนไลน์ที่ chachoengsaotourism.org/members/register
- คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ เจ้าหน้าที่ตอบกลับภายใน 1–2 วันทำการ
- ผู้สมัครที่ได้รับอนุมัติ ต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันแจ้ง
- สมาชิกภาพเริ่มนับตั้งแต่วันที่ชำระเงินครบถ้วน — หากไม่ชำระภายในกำหนด ถือว่าการสมัครยกเลิก
- สมาชิกกิตติมศักดิ์ — เริ่มสมาชิกภาพเมื่อหนังสือตอบรับคำเชิญถึงสมาคม
- 04
ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 7ข้อ 9มติที่ประชุมใหญ่สำหรับสมาชิกสามัญ:
- ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท (ครั้งเดียวตอนสมัคร) — ตามมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ตามอำนาจข้อ 7 (ค่าลงทะเบียน)
- ค่าบำรุงรายปี 500 บาท/ปี — ตามข้อบังคับ ข้อ 7.1
- รวมค่าใช้จ่ายปีแรก: 1,000 บาท (500 + 500) · ปีถัดไป: 500 บาท/ปี
- สมาชิกวิสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์ — ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงทั้งสิ้น (ข้อ 7.2)
- สมาคมเริ่มนับสมาชิกภาพเมื่อชำระเงินครบถ้วนภายใน 30 วัน (ข้อ 9)
หมายเหตุ: ข้อบังคับ ข้อ 7 มีหัวข้อ "ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม" แต่ข้อย่อยระบุเฉพาะค่าบำรุงรายปี 500 บาท — อัตราค่าลงทะเบียน 500 บาทกำหนดโดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
- 05
สิทธิของสมาชิก
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 12.1–12.6สมาชิกมีสิทธิดังต่อไปนี้:
- รับการสนับสนุนและร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สมาคมจัด
- เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการ
- เข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
- สมาชิกสามัญ — มีสิทธิเลือกตั้ง/รับเลือกตั้ง/แต่งตั้งเป็นกรรมการ และออกเสียงลงมติในที่ประชุม
- ร้องขอตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
- เข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญ ร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ
- 06
หน้าที่ของสมาชิก
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 12.7–12.10สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้:
- ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
- ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
- ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคม
- ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
- 07
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
สมาคมเก็บรักษาข้อมูลสมาชิกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดย:
- ข้อมูลสำคัญ (เบอร์โทร · เลขบัตรประชาชน · ที่อยู่ · เอกสารยืนยันตัวตน) ไม่เผยแพร่สาธารณะ
- บัญชีรายชื่อสมาชิก /members/roster แสดงเฉพาะชื่อ · รหัสสมาชิก · ชื่อกิจการ
- สมาชิกควบคุมการเปิด-ปิดโปรไฟล์สาธารณะของตนได้ผ่าน /members/me/edit
- สมาคมจะไม่เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่ตามที่กฎหมายกำหนด
หมายเหตุ: เป็นมาตรการเสริมจากข้อบังคับเพื่อความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- 08
การห้ามสวมสิทธิ์
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 11.4เพื่อความปลอดภัยของสมาชิก เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว:
- ชื่อ · นามสกุล · เบอร์โทร · คำนำหน้า · รหัสสมาชิก จะถูกล็อก สมาชิกไม่สามารถแก้ไขเองได้
- การเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่สมาคม พร้อมแสดงหลักฐาน เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
- ห้ามมอบบัตรสมาชิกดิจิทัล รหัสสมาชิก หรือบัญชี LINE ที่ผูกระบบให้ผู้อื่นใช้
- กรณีพบการสวมสิทธิ์ คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาลบชื่อตามข้อ 11.4
หมายเหตุ: เป็นมาตรการเทคนิคเสริมจากข้อบังคับ — ใช้ระบบล็อกฟิลด์ในหลังบ้าน
- 09
การสิ้นสุดสมาชิกภาพ
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 11สมาชิกภาพสิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้:
- ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล หรือยุบ เลิก หมดวาระ
- ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและได้รับอนุมัติ (ต้องชำระหนี้สินค้างกับสมาคมก่อน)
- ขาดคุณสมบัติสมาชิกตามข้อ 6
- คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อด้วยคะแนนเสียง ≥ 2 ใน 3 เพราะประพฤติตนนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อสมาคม
- ไม่ชำระค่าบำรุงสมาคมติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี
- 10
การลาออกและการกันสมัครใหม่
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 11.2สมาชิกที่ลาออกตามข้อ 11.2:
- ต้องยื่นหนังสือลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่าน LINE OA สมาคม
- ต้องชำระหนี้สินที่ค้างกับสมาคมให้เรียบร้อยก่อน
- เมื่อคณะกรรมการอนุมัติแล้ว: บัตรระงับทันที · บัญชี LINE หลุดจากระบบทันที
- ค่าธรรมเนียมที่ชำระไว้ไม่สามารถขอคืนได้
- สมาคมกัน "ผู้ลาออก" จากการสมัครใหม่ในระบบเป็นเวลา 1 ปี — ป้องกันการสวมสิทธิ์ซ้ำซ้อนและการประมวลผลซ้ำ
หมายเหตุ: ระยะกัน 1 ปี เป็นมาตรการระบบที่ออกตามอำนาจของคณะกรรมการ ข้อ 18.1 — ไม่เปลี่ยนแปลงสิทธิตามข้อบังคับ หากต้องการสมัครใหม่ก่อนครบ 1 ปี ติดต่อนายทะเบียนสมาคม
ข้อปฏิบัติคณะกรรมการบริหาร 10 ข้อ
ฉบับ 2569.1 · มีผลตั้งแต่ พ.ศ. 2569
ข้อปฏิบัตินี้เป็น ระเบียบเสริม ที่ออกตามอำนาจของคณะกรรมการตามข้อ 18.1 แห่งข้อบังคับสมาคม — ไม่ขัดและไม่เปลี่ยนแปลงข้อบังคับฉบับหลัก
- 01
พื้นฐานทางกฎหมายและขอบเขต
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 18.1ข้อ 38ข้อปฏิบัติฉบับนี้เป็น "ระเบียบเสริม" ที่ออกตามอำนาจของคณะกรรมการตามข้อ 18.1 แห่งข้อบังคับสมาคม ไม่ขัดและไม่เปลี่ยนแปลงข้อบังคับฉบับหลัก หากมีข้อความใดขัดกับข้อบังคับ ให้ถือตามข้อบังคับเป็นที่สุด
- 02
องค์ประกอบและวาระของคณะกรรมการ
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 13ข้อ 14ข้อ 15- คณะกรรมการบริหารประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 8 คน แต่ไม่เกิน 25 คน
- นายกสมาคมและกรรมการทั้งหมดต้องมาจาก "สมาชิกสามัญ" เท่านั้น
- นายกสมาคมได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ด้วยเสียงข้างมาก แบบลงคะแนนลับ
- นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการบริหารท่านอื่น
- วาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี · นายกสมาคมดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ
- ตำแหน่งหลัก: นายก · อุปนายก · เลขาธิการ · เหรัญญิก · ปฏิคม · นายทะเบียน · ประชาสัมพันธ์ · กรรมการบริหาร
- ตำแหน่งที่ว่างก่อนครบวาระ (ยกเว้นนายก) คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญดำรงตำแหน่งแทน
- หากตำแหน่งนายกว่าง คณะกรรมการเลือกกันเองเป็นนายกสมาคม
- 03
การประชุมคณะกรรมการ
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 13.3ข้อ 19ข้อ 20ข้อ 21- ประชุมร่วมกันอย่างน้อย 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง หรือเรียกประชุมเมื่อมีเรื่องสำคัญ
- องค์ประชุม: ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
- มติ: ถือเสียงข้างมาก หากเท่ากันประธานในที่ประชุมชี้ขาด
- หากนายกและอุปนายกไม่อยู่ ให้กรรมการที่เข้าประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธาน
- กรรมการพึงแจ้งล่วงหน้าหากไม่สามารถเข้าประชุมได้
- เลขาธิการทำหน้าที่เลขานุการในการประชุม จัดทำบันทึกการประชุมและแจกจ่ายแก่กรรมการ
- 04
หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 18คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่:
- ออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกถือปฏิบัติ (ห้ามขัดข้อบังคับ)
- แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
- แต่งตั้งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ (วาระไม่เกินวาระของคณะกรรมการ)
- เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
- จัดประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 30 วันเมื่อสมาชิก ≥ 1 ใน 3 ร้องขอ
- บริหารกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
- รับผิดชอบในกิจการ การเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
- 05
มาตรฐานทางจริยธรรม (Code of Conduct)
กรรมการพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วย:
- ความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรฐานของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรไม่แสวงหากำไร
- ความระมัดระวัง (Duty of Care) — ใช้ความสามารถเยี่ยงวิญญูชนปกติพึงใช้
- ความภักดี (Duty of Loyalty) ต่อสมาคม เหนือผลประโยชน์ส่วนตัวหรือธุรกิจของตน
- อุทิศเวลาเข้าร่วมประชุมและกิจกรรมของสมาคมตามสมควร
- ไม่อ้างตำแหน่งกรรมการเพื่อแสวงประโยชน์ส่วนตัวหรือธุรกิจส่วนตัว
- รักษาภาพลักษณ์ที่ดีของสมาคมในที่สาธารณะ
หมายเหตุ: มาตรฐานทางจริยธรรมเสริมจากข้อบังคับ ออกตามอำนาจข้อ 18.1
- 06
ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 4.8ข้อ 40- กรรมการที่มีส่วนได้เสียกับวาระใด ต้องเปิดเผยและถอนตัวออกจากการพิจารณาวาระนั้น
- การประชาสัมพันธ์ธุรกิจของกรรมการบนช่องทางสมาคม ต้องได้รับโอกาสเท่าเทียมกับสมาชิกทั่วไป (สอดคล้องวัตถุประสงค์ข้อ 4.8)
- ห้ามใช้ทรัพย์สิน ตราสัญลักษณ์ หรือชื่อสมาคมเพื่อกิจการส่วนตัวโดยไม่ผ่านมติคณะกรรมการ
- กรรมการที่เป็นคู่สัญญากับสมาคมต้องเปิดเผยและไม่ลงคะแนนในวาระที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ: มาตรการเสริม ออกตามข้อ 18.1 เพื่อสอดคล้องวัตถุประสงค์ข้อ 4.8 และข้อ 40 (ไม่หาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน)
- 07
การบริหารการเงินและทรัพย์สิน
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 27ข้อ 28ข้อ 29ข้อ 30ข้อ 31ข้อ 32- การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
- เงินสดให้นำฝากธนาคารพาณิชย์ตามมติคณะกรรมการ
- นายกสั่งจ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท
- คณะกรรมการอนุมัติจ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท
- การจ่ายเกิน 30,000 บาท ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
- เหรัญญิกเก็บเงินสดได้ไม่เกิน 10,000 บาท เกินกว่านี้ต้องนำฝากธนาคารทันที
- การลงนามตั๋วเงิน/เช็ค: นายกสมาคม (หรือผู้แทน) + เหรัญญิก หรือ เลขาธิการ + ตราสมาคม
- ปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม
- งบดุลผ่านผู้สอบบัญชี (CPA · ไม่ใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่) และเสนอที่ประชุมใหญ่ภายใน 120 วันหลังสิ้นปี
- 08
การรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูล
กรรมการต้องรักษาความลับของ:
- ข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- ข้อมูลทางการเงินที่ยังไม่ผ่านที่ประชุมใหญ่
- มติที่ประชุมก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการ
- เรื่องร้องเรียนระหว่างสมาชิกที่อยู่ในการพิจารณา
- ห้ามนำข้อมูลสมาชิกไปใช้เพื่อการตลาดส่วนตัว ชักชวนเข้ากลุ่มอื่น หรือเปิดเผยให้บุคคลที่สาม
- ภาระหน้าที่นี้คงอยู่แม้พ้นตำแหน่งแล้วเป็นเวลา 2 ปี
หมายเหตุ: มาตรการเสริมเพื่อสอดคล้อง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- 09
การพ้นจากตำแหน่งและการสื่อสารแทนสมาคม
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 14ข้อ 16ข้อ 17ข้อ 13.1ข้อ 4.10กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ:
- ครบวาระ (ข้อ 14)
- ตาย (ข้อ 16.1)
- ลาออก — ยื่นใบลาเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ พ้นเมื่อที่ประชุมมีมติให้ออก (ข้อ 16.2, ข้อ 17)
- ขาดสมาชิกภาพตามข้อบังคับ (ข้อ 16.3)
หมายเหตุ: การสื่อสารในนาม "สมาคม" ต้องได้รับมอบหมายจากนายกสมาคม (ข้อ 13.1) · ห้ามใช้สมาคมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง (ข้อ 4.10)
- 10
การส่งมอบงานและการแก้ไขข้อปฏิบัติ
📜 อ้างอิงข้อบังคับ: ข้อ 14ข้อ 20ข้อ 35- เมื่อพ้นวาระ คณะกรรมการชุดเก่ารักษาการจนกว่าชุดใหม่จะจดทะเบียนเสร็จสิ้น
- ส่งมอบงาน เอกสาร ทรัพย์สิน ตราสมาคม บัญชี LINE OA และข้อมูลทั้งหมดภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน
- การแก้ไขข้อปฏิบัตินี้ผ่านมติคณะกรรมการตามองค์ประชุมและเสียงข้างมากปกติ (ข้อ 20)
- การแก้ไขที่กระทบสิทธิของสมาชิกอย่างมีนัยสำคัญ ต้องเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญและผ่านมติ ≥ 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุม (ข้อ 35)
ข้อบังคับสมาคม — ฉบับเต็ม
9 หมวด · 43 ข้อ · จัดตั้งตาม พ.ร.บ.สมาคมการค้า พ.ศ. 2509
📑 สารบัญหมวด (คลิกเพื่อขยาย)
- หมวดที่ 1 — บทความทั่วไป · 3 ข้อ
- หมวดที่ 2 — วัตถุประสงค์ · 1 ข้อ
- หมวดที่ 3 — สมาชิกและสมาชิกภาพ · 8 ข้อ
- หมวดที่ 4 — การดำเนินงาน และคณะกรรมการของสมาคม · 9 ข้อ
- หมวดที่ 5 — การประชุมใหญ่ · 5 ข้อ
- หมวดที่ 6 — การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชีของสมาคม · 8 ข้อ
- หมวดที่ 7 — การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม · 3 ข้อ
- หมวดที่ 8 — เบ็ดเตล็ด · 3 ข้อ
- หมวดที่ 9 — บทเฉพาะกาล · 3 ข้อ
หมวดที่ 1บทความทั่วไป
สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ที่ อาคารสำนักงานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา เลขที่ 450-452-454 ถ.สิริโสธร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000 · โทรศัพท์ 038-514105 แฟกซ์ 038-514106
ตราของสมาคมมีเครื่องหมายเป็นรูปพระอุโบสถ พระพุทธโสธร และสายน้ำบางปะกง วัดโสธรวรารามวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่มีสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโสธร พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวแปดริ้ว พร้อมกับสายน้ำบางปะกง สายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงชาวแปดริ้วให้อยู่ดีมีความสุขมาอย่างช้านาน
หมวดที่ 2วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ของสมาคม
- 4.1 เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดฉะเชิงเทรา
- 4.2 สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว หน่วยงานของรัฐและสถาบันเอกชน
- 4.3 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทราให้ได้มาตรฐาน
- 4.4 ส่งเสริมเผยแพร่และสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา
- 4.5 ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดจนศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
- 4.6 ส่งเสริมแลกเปลี่ยนความรู้ ให้ความร่วมมือช่วยเหลือระหว่างสมาชิก ชมรมและสมาคมอื่น อันเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว
- 4.7 ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของท้องถิ่นให้มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
- 4.8 จัดทำกิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โดยไม่นำผลกำไรไปแบ่งปันแก่สมาชิกหรือบุคคลอื่นใด
- 4.9 ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศชาติ
- 4.10 ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
หมวดที่ 3สมาชิกและสมาชิกภาพ
สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
- 5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ วิสาหกิจ หรืออุตสาหกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
- 5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคล นิติบุคคล ชมรม สถาบัน องค์กรต่างๆ ที่มีความประสงค์หรือสนใจเข้าสมัครเป็นสมาชิก
- 5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับในวงการธุรกิจท่องเที่ยว
สมาชิกบุคคลธรรมดาจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ
- 6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
- 6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
- 6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือเป็นโรคติดต่อที่เป็นภัยต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง
- 6.4 ไม่เคยต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ
- 6.5 สมาชิกประเภทนิติบุคคล วิสาหกิจ ต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ผู้แทนต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 6.1-6.4
ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
- 7.1 สมาชิกสามัญต้องเสียค่าบำรุงสมาชิกรายปีๆ ละ 500 บาท
- 7.2 สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกกิตติมศักดิ์มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
การสมัครเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ ให้ผู้ประสงค์สมัครยื่นใบสมัครตามแบบต่อเลขาธิการสมาคม เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการสมาคมเพื่อทราบ
ถ้าคณะกรรมการอนุมัติให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกตามข้อ 8 ให้ผู้สมัครชำระเงินค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงสมาคมตามข้อ 7 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ สมาชิกภาพเริ่มนับตั้งแต่วันที่ชำระเงินครบถ้วน หากไม่ชำระภายในกำหนด การสมัครเป็นอันยกเลิก
สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญถึงสมาคม
สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
- 11.1 ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล หรือยุบ เลิก หมดวาระ
- 11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และได้รับการพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ต้องชำระหนี้สินที่ติดค้างกับสมาคมเรียบร้อย
- 11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิกตามข้อ 6
- 11.4 คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 เพราะสมาชิกประพฤติและปฏิบัติตนนำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สมาคม
- 11.5 ไม่ชำระค่าบำรุงสมาคมติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
- 12.1 มีสิทธิได้รับการสนับสนุนและร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ
- 12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการ
- 12.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
- 12.4 สมาชิกสามัญมีสิทธิเลือกตั้ง/รับเลือกตั้ง/แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสมาคม และออกเสียงลงมติในที่ประชุม
- 12.5 มีสิทธิร้องขอตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
- 12.6 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกัน ≥ 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ
- 12.7 มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
- 12.8 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
- 12.9 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคม
- 12.10 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
หมวดที่ 4การดำเนินงาน และคณะกรรมการของสมาคม
ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งนายกด้วยเสียงข้างมาก จำนวน 1 คน ด้วยวิธีลงคะแนนลับ นายกสมาคมที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการบริหาร อย่างน้อย 8 คน แต่ไม่เกิน 25 คน นายกสมาคมและคณะกรรมการต้องมาจากสมาชิกสามัญเท่านั้น
- 13.1 นายกสมาคม — หัวหน้าในการบริหารงาน ผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่
- 13.2 อุปนายก — ผู้ช่วยนายกในการบริหารงาน และปฏิบัติหน้าที่แทนนายกเมื่อนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
- 13.3 เลขาธิการ — งานธุรการทั้งหมด หัวหน้าเจ้าหน้าที่ และเลขานุการในการประชุมต่างๆ
- 13.4 เหรัญญิก — เก็บรักษาเงินสด ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย บัญชีงบดุล และเอกสารหลักฐานต่างๆ
- 13.5 ปฏิคม — ให้การต้อนรับ ดูแลจัดเตรียมสถานที่ในกิจกรรมต่างๆ
- 13.6 นายทะเบียน — จดแจ้งทะเบียนสมาชิก ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บค่าบำรุง
- 13.7 ประชาสัมพันธ์ — เผยแพร่กิจกรรมและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม
- 13.8 กรรมการบริหาร — ช่วยบริหารงาน เสนอแผนงาน โครงการ กิจกรรมประจำปี และพิจารณาลงมติ
คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี ยกเว้นนายกสมาคมดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ เมื่อครบวาระให้คณะกรรมการรักษาการไปก่อนจนกว่าชุดใหม่จะจดทะเบียนเสร็จสิ้น ส่งมอบงานภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนเสร็จ
ตำแหน่งคณะกรรมการที่ว่างก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญเข้าดำรงตำแหน่งแทน ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทน หากตำแหน่งนายกว่าง ให้คณะกรรมการเลือกกันเองเป็นนายกสมาคม
คณะกรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง (มิใช่ตามวาระ) ด้วยเหตุดังต่อไปนี้
- 16.1 ตาย
- 16.2 ลาออก
- 16.3 ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับและตามที่กฎหมายกำหนด
กรรมการที่ประสงค์จะลาออก ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ พ้นตำแหน่งเมื่อที่ประชุมกรรมการมีมติให้ออก
อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
- 18.1 มีอำนาจหน้าที่ออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ (ห้ามขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้)
- 18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
- 18.3 มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ (วาระไม่เกินคณะกรรมการที่แต่งตั้ง)
- 18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
- 18.5 มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนด
- 18.6 มีอำนาจบริหารกิจการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
- 18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมการเงินและทรัพย์สิน
- 18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิก ≥ 1 ใน 3 ร้องขอ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
คณะกรรมการต้องประชุมร่วมกันอย่างน้อย 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง หรือเรียกประชุมเมื่อมีเรื่องสำคัญ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการเข้าร่วมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงครบองค์ประชุม มติถือเสียงข้างมาก หากเท่ากันประธานในที่ประชุมชี้ขาด
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการที่เข้าประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวดที่ 5การประชุมใหญ่
การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด
- 22.1 ประชุมใหญ่สามัญ — คณะกรรมการจัดให้มีอย่างน้อยทุกระยะ 12 เดือน วาระอย่างน้อย: รับรองรายงานการประชุมคราวก่อน · รายงานผลการดำเนินงาน · แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่ายและงบดุล · เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ (เมื่อครบวาระ) · แก้ไขกฎข้อบังคับ (ถ้ามี) · เลือกตั้งผู้สอบบัญชี · เรื่องอื่นๆ
- 22.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ — มีขึ้นเมื่อสมาชิกเข้าชื่อร้องขอไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด หรือคณะกรรมการเห็นสมควรเรียกประชุม
การประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด จึงครบองค์ประชุม
การลงมติในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือเสียงข้างมาก หากเท่ากันประธานชี้ขาด
หากการประชุมใหญ่ครั้งแรกไม่สามารถดำเนินการได้ ให้เรียกประชุมในคราวต่อไปอีกครั้งภายใน 15 วัน การประชุมครั้งหลังนี้ไม่นำข้อบังคับขององค์ประชุมมาใช้บังคับ
ในการประชุมใหญ่ ถ้านายกและอุปนายกสมาคมไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธาน
หมวดที่ 6การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชีของสมาคม
การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมให้นำฝากธนาคารพาณิชย์ตามมติคณะกรรมการ
การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม (หรือผู้ทำการแทน) ลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ พร้อมประทับตราของสมาคม จึงจะถือว่าใช้ได้
นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท · คณะกรรมการอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท · เกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ไม่เกิน 10,000 บาท เกินกว่านี้ต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันที
ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ้นปีตามบัญชีของสมาคม กรรมการต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายและงบดุล เพื่อให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบให้เสร็จก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่า 30 วัน งบดุลที่รับรองแล้วต้องเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติภายใน 120 วันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี
ผู้สอบบัญชี ต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต (CPA)
ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินและทรัพย์สิน และสามารถเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามได้
คณะกรรมการต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ 7การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อบังคับของสมาคมเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามัญเท่านั้น มติต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
การเลิกสมาคมโดยมติของที่ประชุมใหญ่ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วม และองค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
เมื่อสมาคมต้องเลิก ทรัพย์สินที่เหลือหลังชำระบัญชีให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติมอบให้องค์กรของจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสมาคม
หมวดที่ 8เบ็ดเตล็ด
การตีความข้อบังคับของสมาคม หากเป็นที่สงสัยให้ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากเป็นผู้ชี้ขาด
ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาบังคับใช้ในเมื่อข้อบังคับสมาคมมิได้กำหนดไว้ หากข้อบังคับขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใดนอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง
หมวดที่ 9บทเฉพาะกาล
ข้อบังคับฉบับนี้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่าผู้เริ่มก่อการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ
คณะผู้ก่อการต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตการจดทะเบียนสมาคมแล้วเสร็จ
คณะผู้ก่อการสิ้นสุดวาระเมื่อได้จัดตั้งคณะกรรมการสมาคมแล้วเสร็จ
